ข่าวบ้านเฮา
ฟังเพลงบ้านเฮา
รวมภาพบ้านเฮา
    Get the Flash Player to see the slideshow.
โสเหล่ออนไลน์
ข้อความล่าสุด
1 week, 6 days
 ที่ผ่านมา
1 guest is online.
  • อารมณ์ : ครับ
  • ไอ้จุก : สวัสดีครับอาจารย ์
  • ครูสมบ : ดี
  • ครูสมบ : ดีๆครับ
  • Guest_4981 : ปีใหม่53กลับบ้าน ม่วนนำกันเด้อ
  • หนึ่ง : คิดถึงเพื่อนทุกๆ คนมากนะ
  • หนึงค่ : อยากกลับหาเพื่อน ๆที่นั้นจังเลย
  • หนึงค่ : อยากกลับไปบ้านละ ทายจัง
  • อีโก้ : อยากไปกราบหลวงปู ่เพ็ง
  • Guest_3564 : คิดฮอดบ้านเด้
  • pairoj48@hotmail.c : «link» เว๊ปสำหรับคนรุ่น ใหม่เพื่อระดมสมอ งในการพัฒนาประเท ศและระบบราชการไท ย
  • bird : คิดฮอดบ้านเด้
  • ไอ้จุก : ยินดีตอนรับครับ
  • พลอย : ขอเป็นสมาชิกด้วย คนนะค่ะ
  • ไอ้จุก : สวัสดีครับ พี่น้องบ้านเฮา
  • admin : hi
แนะนำเว็บไซต์



News..
เข้าสู่ระบบ

สงกรานต์กลับบ้านละทายกันนะครับ

song

     เริ่มเดือนเมษานี่ก็ใกล้ที่จะถึงปีใหม่ของบ้านเรา ฝนฟ้าก็ยังตกลงมา ยังพอผ่อนคลายความร้อนกันได้บ้าง บ้านเราปีนี้ อากาศร้อนมาก ก็อย่างว่า เดือนเมษายนก็เป็นเดือนที่ร้อนกันเป็นประจำทุกปีอยู่แล้ว พี่น้องละทายบ้านเราที่ไปทำงานหาเงิน ทำมาหากินกันแดนไกล ผมคิดว่าหลายๆคนคงจะกลับมาบ้านเรากันนะครับ ก่อนหน้านี้ ผมยังจำได้ว่า เมื่อย่างเข้าเดือนเมษายน ผมจะตั้งหน้าตั้งตารอว่าเมื่อไหร่สงกรานต์จะมาถึงเสียที ด้วยว่าเป็นเทศการรวมญาติครั้งใหญ่ ที่พี่น้องบ้านละทายของเราไปทำงานกันแดนไกลจะกลับมาสรวสเสเฮฮารวมตัวกันอีกครั้งหนึ่ง กลับบ้านมารดน้ำดำหัว คนเฒ่าคนแก่บ้านเรา แต่ตอนนี้ ผมวัดจากความรุ้สึก กลับบ้านกันน้อยมากไม่เหมือนแต่ก่อนครับ ด้วยเหตุผลส่วนตัวของหลายๆท่าน อันนี้ก็ไม่สามารถอธิบายได้

     อย่างไรก็ตาม สงกราต์ปีนี้คิดว่าคงจะมีคนกลับบ้านเยอะ พี่น้องบ้านเราที่คิดว่าจะกลับมาบุญบั้งไฟ ผมคิดว่ากลับมาเที่ยวสงกรานต์บ้านเราดีกว่าครับ มาสร้างสีสัน กับประเพณีอันเก่าแก ประเพณีที่ไม่มีการพนันมาเกี่ยวข้อง อย่างที่กระแสข่าวหลายๆคนบอกว่า บุญบั้งไฟจะไม่มีวันแห่ ไม่มีขบวนแห่ ฟังดูแล้วถ้ากระแสข่าวเป็นจริง ไม่จัดดีกว่าครับ

rbanlathai34

ที่มาของประเพณีสงกรานต์ บางท่านอาจจะลืมๆกันไปบ้างแล้วก็อ่านเพิ่มเติมได้จากนี่ครับ

 ประเพณีสงกรานต์
        ถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทย ซึ่งยึดถือปฏิบัติสืบเนื่องกันมาแต่โบราณ และเป็นวัฒนธรรมประจำชาติที่งดงาม ฝังลึกอยู่ในชีวิตของคนคำว่า “สงกรานต์” มาจากภาษาสันสฤต แปลว่า ผ่านหรือเคลื่อนย้าย หมายถึง การเคลื่อนไทยมาช้านาน

การย้ายของพระอาทิตย์เข้าไปจักรราศีใดราศีหนึ่ง จะเป็นราศีใดก็ได้ แต่ความหมายที่คนไทยทั่วไปใช้ หมายเฉพาะวันและเวลา ที่พระอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษในเดือนเมษายนเท่า

 ตำนานเกี่ยวกับกำเนิดวันสงกรานต์
        กล่าวไว้ว่า ก่อนพุทธกาลมีเศรษฐีครอบครัวหนึ่ง อายุเลยวัยกลางคนก็ยังไร้ทายาทสืบสกุล ซึ่งทำให้ท่านเศรษฐีทุกข์ใจเป็นอันมาก ข้างรั้วบ้านเศรษฐีมีครอบครัวหนึ่ง หัวหน้าครอบครัวเป็นนักเลงสุรา ถ้าวันไหนร่ำสุราสุดขีด ก็จะพูดเสียงดังแสดงวาจาเยาะเย้ยเศรษฐี สบประมาทในการมีทรัพย์มาก แต่ไร้ทายาทสืบสมบัติเสมอ วันหนึ่งเศรษฐีจึงถามว่ามีความขุ่นเคืองอะไร จึงแสดงอาการเยาะเย้ยและสบประมาท เฒ่านักดื่มจึงตอบ ถึงท่านมั่งมีสมบัติมากก็จริง แต่เป็นคนมีบาปกรรม ท่านจึงไม่มีบุตร ตายไปแล้วสมบัติก็ตกเป็นของผู้อื่นหมด สู้เราไม่ได้ถึงแม้จะยากจน แต่ก็มีบุตรคอยดูแลรักษายามเจ็บไข้ และรักษาทรัพย์สมบัติเมื่อเราสิ้นใจ

นับแต่นั้นมา เศรษฐียิ่งมีความเสียใจ จึงพยายามไปบวงสรวงพระอาทิตย์และพระจันทร์ เพียรพยายามตั้งจิตอธิษฐานขอบุตร ทำเช่นนี้เป็นเวลาติดต่อกันถึงสามปี ก็ไม่ได้บุตรดังที่ตนปรารถนา จนวันหนึ่งเป็นวันนักขัตฤกษ์สงกรานต์ ท่านเศรษฐีก็พาข้าทาสบริวารของตนมาที่โคนต้นไทรใหญ่ต้นหนึ่ง ที่อยู่บนฝั่งแม่น้ำที่อาศัยของนกทั้งหลาย ท่านเศรษฐีให้บริวารล้างข้าวสารด้วยน้ำสะอาดถึง 7 ครั้ง แล้วจึงหุงข้าวสารนั้น เมื่อสุกแล้วยกขึ้นบูชาพระไทร เทพเหล่านั้นเกิดความสงสาร จึงขึ้นไปเฝ้าพระอินทร์ ทูลขอบุตรแก่เศรษฐี พระอินทร์จึงบัญชาให้เทพบุตรองค์หนึ่งชื่อ “ธรรมบาล” ลงมาเกิดในครรภ์ของภรรยาเศรษฐี เมื่อครบกำหนดภรรยาเศรษฐีก็คลอดบุตรเป็นชาย เศรษฐีจึงตั้งชื่อว่า ธรรมบาลกุมาร เพื่อตอบสนองพระคุณเทพเทวา เศรษฐีจึงสร้างปราสาทสูง 7 ชั้น ถวายเทพต้นไทร
เมื่อธรรมบาลกุมารเจริญวัยขึ้น เป็นเด็กที่มีปัญญาเฉียบแหลม รอบรู้ และวัยเพียง 7 ขวบก็เรียนจบไตรเพท ยังมีเทพองค์หนึ่งชื่อ

“ท้าวกบิลพรหม” ได้ยินกิตติศัพท์ทางสติปัญญาอันยอดเยี่ยมของเด็กน้อย จึงคิดทดลองภูมิปัญญาโดยการเอาชีวิตเป็นเดิมพันจึงถามปัญหา 3 ข้อ ถ้ากุมารน้อยแก้ปัญหาทั้ง 3 ข้อได้ กบิลพรหมจะตัดศีรษะของตนบูชา ถ้าธรรมบาลแก้ไม่ได้ ก็จะต้องเสียหัวเพื่อยอมรับความพ่ายแพ้ ปัญหานั้นมี

เมื่อได้ฟังปัญหาแล้ว ธรรมบาลไม่อาจทราบคำตอบในทันทีได้ จึงผลัด วันตอบปัญหาไปอีก 7 วัน ครั้นเวลาล่วงจากนั้นไป 6 วัน ธรรมบาลกุมารก็ยังคิดหาคำตอบปัญหานั้นไม่ได้ จึงหลบออกจากปราสาทหนีเข้าป่า และไปนอนพักเอาแรงใต้ต้นตาล ขณะนั้นบนต้นตาลมีนกอินทรีคู่หนึ่งอาศัยอยู่ นางนกถามสามีว่า “พรุ่งนี้เราจะไปหาอาหารที่ไหน” นกสามีก็ตอบว่า “พรุ่งนี้เราไม่ต้องบินไปไกล เพราะจะได้กินเนื้อธรรมบาลกุมาร ซึ่งจะถูกท้าวกบิลพรหมตัดหัว เนื่องจากแก้ปัญหาไม่ได้” นางนกถามว่า “ปัญหานั้นว่าอย่างไร” นกสามีตอบว่า ปัญหามีอยู่ 3 ข้อ และหมายถึง

ข้อหนึ่ง ตอนเช้าราศีของมนุษย์อยู่ที่หน้า คนจึงต้องล้างหน้าทุกๆ เช้า
ข้อสอง ตอนเที่ยงราศีคนอยู่ที่อก มนุษย์จึงต้องเอาเครื่องหอมประพรมที่อก
ข้อสาม ตอนค่ำราศีคนอยู่ที่เท้า มนุษย์จึงต้องล้างเท้าก่อนเข้า

 

 ธรรมบาลกุมาร ได้ยินการไขปัญหาของนกอินทรี และจำจนขึ้นใจ ทั้งนี้เพราะธรรมบาลรู้ภาษานก จึงกลับสู่ปราสาทอันเป็นที่อยู่แห่งตน รุ่งขึ้นเป็นวันครบกำหนดแก้ปัญหา ท้าวกบิลพรหมมาฟังคำตอบ ธรรมบาลกุมารกล่าวแก้ปัญหาตามที่นกอินทรีคุยกันทุกประการ ท้าวกบิลพรหมจึงเรียก ธิดาทั้ง 7

ของตนอันเป็นบริจาริกาคือหญิงรับใช้ของพระอินทร์มาพร้อมกัน แล้วบอกว่าตนจะตัดเศียรบูชาธรร มบาลกุมาร แต่ถ้าเอาศีรษะพ่อวางไว้บนแผ่นดินก็จะลุกไหม้ไปทั้งโลก ถ้าจะโยนขึ้นไปบนอากาศ อากาศจะแห้งแล้งฟ้าฝนจะหายไปสิ้น ถ้าทิ้งลงไปในมหาสมุทร น้ำในมหาสมุทรจะแห้งแล้งไปเช่นกัน จึงสั่งให้ นางทั้ง 7 คน เอาพานมารองรับศีรษะ แล้วจึงตัดศรีษะส่งให้นางทุงษธิดาคนโต นางทุงษจึงเอาพานรับเศียรบิดาไว้แล้วแห่ประทักษิณรอบเขาพระสุเมรุ 60 นาที แล้วอัญเชิญไปไว้ในมณฑปถ้ำคันธุรลี เขาไกรลาส บูชาด้วยเครื่องทิพย์ พระเวสสุกรรมก็เนรมิตโรงประดับด้วยแก้ว 7 ประการ ชื่อภควดี ให้เป็นที่ประชุมเทวดา เทวดาทั้งปวงก็เอาเถาฉมูนวดลงมาล้างในสระอโนดาต 7 ครั้ง แล้วก็แจกกันเสวยทุกๆ องค์ ครั้นครบ 365 วัน โลกสมมุติว่าเป็นหนึ่งปีเป็นสงกรานต์ ธิดา 7 องค์ ของเท้ากบิลพรหมก็ผลัดเวรกันมาเชิญพระเศียรของพระบิดาออกแห่ประทักษิณรอบเขาพระสุเมรุทุกปี แล้วจึงกลับไป


คุณบริษัทสยามแกลเลอรี่ จำกัด และสำนักพิมพ์ผ่านฟ้าพาณิชย์
เอื้อเฟื้อภาพประกอบ

2 Responses to “สงกรานต์กลับบ้านละทายกันนะครับ”

  1. หนุ่ย ลูกพ่อจอม Says:

    สุดยอด

  2. จ.ส.อ.ศุภชัย บัวแก้ว Says:

    น่าจะเอารูป อบต.บ้านละทายลงในเน็คนะคับให้เหมือนกับ อบต.ตำบลอื่น ๆ

Leave a Reply