ข่าวบ้านเฮา
ฟังเพลงบ้านเฮา
รวมภาพบ้านเฮา
    Get the Flash Player to see the slideshow.
โสเหล่ออนไลน์
ข้อความล่าสุด
1 week, 6 days
 ที่ผ่านมา
1 guest is online.
  • อารมณ์ : ครับ
  • ไอ้จุก : สวัสดีครับอาจารย ์
  • ครูสมบ : ดี
  • ครูสมบ : ดีๆครับ
  • Guest_4981 : ปีใหม่53กลับบ้าน ม่วนนำกันเด้อ
  • หนึ่ง : คิดถึงเพื่อนทุกๆ คนมากนะ
  • หนึงค่ : อยากกลับหาเพื่อน ๆที่นั้นจังเลย
  • หนึงค่ : อยากกลับไปบ้านละ ทายจัง
  • อีโก้ : อยากไปกราบหลวงปู ่เพ็ง
  • Guest_3564 : คิดฮอดบ้านเด้
  • pairoj48@hotmail.c : «link» เว๊ปสำหรับคนรุ่น ใหม่เพื่อระดมสมอ งในการพัฒนาประเท ศและระบบราชการไท ย
  • bird : คิดฮอดบ้านเด้
  • ไอ้จุก : ยินดีตอนรับครับ
  • พลอย : ขอเป็นสมาชิกด้วย คนนะค่ะ
  • ไอ้จุก : สวัสดีครับ พี่น้องบ้านเฮา
  • admin : hi
แนะนำเว็บไซต์



News..
เข้าสู่ระบบ

การฟ้อนกลองตุ้ม บ้านผึ้ง ต.ทาม อ.กันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ

ในท้องถิ่นจังหวัดศรีสะเกษมีศิลปะการฟ้อนที่สำคัญที่ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นที่สำคัญอย่างหนึ่งคือ “ฟ้อนกลองตุ้ม” เป็นศิลปะการฟ้อนที่พบในสังคมวัฒนธรรมของกลุ่มคนชาติพันธุ์ลาวเป็นส่วนใหญ่ การฟ้อนกลองตุ้มเป็นศิลปะการฟ้อนที่มีความงดงามและมีความเป็นเอกลักษณะของท้องถิ่น แสดงให้เห็นว่าคนท้องถิ่นนั้นๆมีศิลปะด้านการฟ้อนรำที่บ่งบอกถึงสุนทรียะทางด้านความคิด จิตใจ และจินตนาการ อันเป็นมรดกที่ได้รับการตกทอดมาแต่บรรพบุรุษ และสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นกลุ่มชนที่มีสังคมวัฒนธรรมที่เต็มไปด้วยศาสตร์และศิลป์ในการดำรงชีวิต การฟ้อนกลองตุ้มของบ้านผึ้ง ต.ทาม อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ เริ่มมีการฟ้อนตั้งแต่บรรพบุรุษซึ่งก็ยากที่จะหาหลักฐานมายืนยันให้แน่ชัดได้ว่าเริ่มต้นตั้งแต่ปี พ.ศ. ใด สมัยใด จากการสัมภาษณ์คนเฒ่าคนแก่ที่มีอายุ 70-80 ปี ก็มักจะได้คำตอบเหมือนกันคือ “เกิดมาพอจำความได้ก็เห็นแล้ว” คำกล่าวนี้จึงพอจะเป็นที่ยืนยันได้ว่า การฟ้อนกลองตุ้มของบ้านผึ้ง ต.ทาม อ.กันทรารมย์ มีความเป็นมายาวนานหลายชั่วอายุคนและยังถือปฎิบัติสืบทอดต่อกันมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
การฟ้อนกลองตุ้มของชาวบ้านผึ้งนิยมเล่นกันในประเพณีบุญบั้งไฟ เป็นศิลปะการฟ้อนรำที่มีความเชื่อแฝงอยู่ด้วย และยังเป็นศิลปะที่ผสมผสานระหว่างการฟ้อนรำ กับ ดนตรี (กลองตุ้ม) การฟ้อนรำนี้เป็นการฟ้อนรำตามฉบับพื้นบ้าน คือโยกย้ายท่วงท่าการฟ้อนรำไปตามอิสระไม่มีการกำหนดท่วงท่าที่แน่นอนตายตัว ลักษณะการฟ้อนกลองตุ้มของบ้านผึ้งจะมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นอยู่ที่การแต่งกายและการจัดขบวน บางครั้งเราอาจเรียกการฟ้อนกลองตุ้มเป็นการละเล่นก็ได้เพราะเป็นความสนุกสนานที่ชาวบ้านได้ร่วมกันทำโดยไม่มีการแบ่งแยกคนเล่นกับคนดูเหมือนการแสดง
เมื่อถึงช่วงเดือนหกอันเป็นระยะเวลาที่จะมีการจัดบุญบั้งไฟซึ่งถือว่าเป็นบุญประเพณีอันศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวอีสานและชาวบ้านผึ้งให้ความเชื่อมั่นและศรัทธาว่าจะเป็นประเพณีที่จะนำมาซึ่งความอุดมสมบูรณ์และความผาสุขของชาวบ้าน ในบุญประเพณีนี้เองที่จะต้องมีการละเล่นที่สนุกสนานและชาวบ้านจะได้ร่วมกันละเล่นร่วมกันฟ้อน นั่นก็คือ “ฟ้อนกลองตุ้ม” ชาวบ้านจะมีการเตรียมการกันอย่างดี โดยจะมีการประชุมชาวบ้านหรือคณะกรรมหมู่บ้านกันก่อนเพื่อหาฤกษ์หายามที่เป็นมงคล เมื่อประชุมกันและตกลงกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่าจะจัดงานบุญบั้งไฟกันวันไหน (ในอดีตชาวบ้านจะใช้ระบบการเรียกวันตามคตินิยมของท้องถิ่น เช่น วันเพ็ง วันแรมหรือแฮม เดือนหก หรือเดือนเจ็ด เป็นต้น) ก็จะมีการประกาศบอกกันให้ทราบทั่วทั้งหมู่บ้าน การประกาศบอกนี้จะต้องใช้คนวิ่งประกาศคนเดียวเรียกว่า “จ่าเติน” เพื่อเป็นผู้ประชาสัมพันธ์บอกวันเวลาให้ชาวบ้านในหมู่บ้านทราบว่าจะมีการจัดบุญบั้งไฟขึ้น ให้ชาวบ้านเตรียมทำข้าวปุ้น (ขนมจีน) เพื่อต้อนรับแขก พี่น้อง และญาติมิตรที่จะมาเยือน
การฟ้อนกลองตุ้มในอดีตจะเริ่มเล่นกันอย่างต่อเนื่องนับจากที่รู้แล้วว่าจะมีการจัดบุญบั้งไฟขึ้น แต่จะมีการเล่นกันอย่างจริงจังในวันแห่บั้งไฟหรือชาวบ้านเรียก “วันโฮม” ชาวบ้านจะมีการตีกลองตุ้มเรียกกันเพื่อให้สมาชิกออกมารวมกัน เมื่อได้ยินเสียงกลองตุ้มก็จะออกมารวมกันเล่นอย่างสนุกสนาน เพราะวันโฮม เป็นวันที่ชาวบ้านจะต้องต้อนรับแขกผู้มาเยี่ยมเยือน ญาติมิตรพี่น้อง และเป็นวันแห่บั้งไฟ การฟ้อนกลองตุ้มในช่วงบุญบั้งไฟถือว่าเป็นการฟ้อนเพื่อบูชาพญาแถนด้วย การฟ้อนกลองตุ้มของบ้านผึ้งจะต้องมีการผูกผ้านุ่งติดกัน และในอดีตคนที่จะมาฟ้อนกลองตุ้มส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชาย เนื่องจากตามหลักค่านิยมของท้องถิ่นแล้วการที่ผู้หญิงจะออกมาเต้น ระบำ รำ ฟ้อน กรีดร้อง ถือเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ผู้หญิงจึงมีหน้าที่จัดเตรียมอาหาร สุรา และเครื่องดื่มต่างๆเพื่อบริการผู้มาเยือน แต่ปัจจุบันการฟ้อนกลองตุ้มของบ้านผึ้งมีทั้งผู้หญิงและผู้ชาย การที่ชาวบ้านมีการผูกผ้าติดกันเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้มีใครแอบหนีกลับบ้านจะต้องร่วมเล่นด้วยกันจนกว่าจะเลิกงาน การจัดขบวนฟ้อนกลองตุ้มของบ้านผึ้งแบบขบวนเป็นสามส่วนดังนี้ กลุ่มฟ้อนขบวนหน้า และขบวนหลัง คนตีกลองตุ้มและพางฮาด นายท้ายเรือ การฟ้อนกลองตุ้มของบ้านผึ้งยังเป็นวิถีชีวิตที่ชาวบ้านปฏิบัติร่วมกัน ไม่ใช่การแสดงที่ดัดแปลงท่าทางให้ดูสวยงามลีลาการฟ้อนส่วนใหญ่จึงดูไม่ค่อยเป็นระเบียบ หรือมีท่าทางเฉพาะเจาะจงใดๆ กลุ่มที่ฟ้อนก็จะร่ายรำไปตามจังหวะลีลาของเสียงกลองและทักษะด้านการฟ้อนที่ตัวเองถนัด คนตีกลองและตีพางฮาดจะต้องมีสองคน (ตีกลอง 1 คน ตีพางฮาด 1 คน) ทำหน้าที่ให้จังหวะและความครึกครื้น ส่วนคนที่ทำหน้าที่เป็นนายท้ายเรือถือว่าเป็นการละเล่นอย่างหนึ่งเพื่อเสริมบรรยากาศให้มีความสนุกครื้นเครงมีมุขตลกขบขันขณะเล่น และมีหน้าที่คอยควบคุมให้ขบวนมีระเบียบไม่คดโค้งหรือแตกแถว จากจุดนี้สะท้อนให้เห็นว่าชาวบ้านต้องมีความเกี่ยวพันกับการใช้เรือ วิถีชีวิตก็จะต้องพึ่งพาน้ำ และยังแสดงให้เห็นว่าภูมิประเทศจะต้องมีแหล่งน้ำหรือสายน้ำขนาดใหญ่ที่ต้องใช้เรือเป็นพาหนะเดินทางหรือทำมาหากิน(ข้อมูลจากโครงการจัดตั้งศูนย์วัฒนธรรมมหาวิทยาลัยราชภัฎศรีสะเกษ)

              ImageImage

              ImageImage
ขอขอบคุณเนื้อหาแหล่งที่มา โครงการศึกษากลุ่มชาติพันธุ์ชายแดนไทย-กัมพูชา